ศน.จัดกิจกรรมทำบุญในวันธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ตักบาตรมังสวิรัติ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม

LINE it!

         วันที่ 19 พฤษภาคม 2566 เวลา 07.00 น. พระอธิการอ่อนแก้ว ชยฺยเสโน เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตรข้าวสวยและภัตตาหารมังสวิรัติ พระสงฆ์ จำนวน 20 รูป พร้อมกราบสักการะสรีระสังขารพระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ ฟังพระธรรมเทศนา เเละเวียนเทียนรอยพระพุทธบาทเเละพระบรมธาตุเจดีย์ในกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” โดยมี นายวิวัฒน์ จันทร์โอภาส นายอำเภอลี้ นายวิบูลย์ ภูริชชยันต์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วม ณ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน



         นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา เดินหน้านโยบาย “นำธรรมะสู่ใจประชาชน” ด้วยการจัดกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าวัดทำบุญเป็นประจำทั้งในวันพระและวันธรรมดาเพิ่มมากขึ้น เสริมสร้างความอบอุ่นและความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในวันพระ สามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่นำสินค้าวัฒนธรรมของชุมชนมาจัดจำหน่าย อาทิ อาหาร เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ทางภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน




 
       อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า กรมการศาสนา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวนำร่องในส่วนกลางช่วงเดือนมกราคมที่ผ่าน ณ วัดบำเพ็ญเหนือ กรุงเทพมหานคร และขยายผลไปยังส่วนภูมิภาค ในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2566 ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นวัดเครือข่ายศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) และโครงการพลังบวรในมิติศาสนาของกรมการศาสนา ชุมชนบ้านห้วยต้มเป็นชุมชนที่มีชาวกะเหรี่ยงพักอาศัยอยู่ ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ปกาเกอะญอ” ซึ่งได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านห้วยต้ม โดยครูบาชัยวงศาพัฒนา หรือครูบาวงศ์ได้อนุญาตให้มาตั้งถิ่นฐานบริเวณรอบวัดจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ด้วยความศรัทธาในวัตรปฏิบัติของครูบาวงศ์ จึงได้นับถือพระพุทธศาสนาและถือมังสวิรัติตามคำสอนของครูบาวงศ์ สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน



          เนื่องจากชุมชนบ้านห้วยต้ม เป็นชุมชนเกษตรกรรมและถือมังสวิรัติ จึงก่อให้เกิดจารีตประเพณีการทำบุญตักบาตรด้วยผักและผลไม้ จนกลายเป็นจารีตประเพณีที่โดดเด่นของจังหวัดลำพูน โดยทุกวันธรรมสวนะ หรือ วันพระ จะถือเป็นวันหยุดของชุมชน คนในชุมชนจะพาครอบครัวเข้าวัดปฏิบัติธรรม ในตอนเช้าจะหุงหาอาหารนำไปถวายเป็นภัตตาหารแด่พระสงฆ์ แล้วจึงกลับบ้านไปทานอาหารพร้อมทั้งเก็บผักและผลไม้ที่ปลูกในสวน ไร่ นา บริเวณบ้าน นำไปตักบาตรผัก ผลไม้ ถวายแด่พระสงฆ์ในช่วงเพล เพื่อให้ทางวัดนำไปปรุงเป็นภัตตาหารถวายแด่พระสงฆ์สามเณรในวันต่อไป และวัตรปฏิบัติของชาวบ้านชุมชนมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงเดินถอดรองเท้า ตั้งแต่ทางเข้าวัด และกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ทุกวันพระภายในวัดจะมีตลาดชุมชนเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างรายได้เสริมให้คนในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง 



         อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนห้วยต้ม แต่เดิมเป็นวัดร้างเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ตามความเชื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับรอยพระบาทไว้เป็นที่จารึก จากนั้นจึงเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า “ห้วยต้มข้าว” แล้วจึงเพี้ยนมาเป็น “ห้วยต้ม” ต่อมาครูบาวงศ์และพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันบูรณะและก่อสร้างศาสนสถานจนกลายเป็นวัดพระพุทธบาทห้วยต้มจนถึงปัจจุบัน \\\



         อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติม อีกว่า โครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ได้ดำเนินการไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ  โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมไหว้พระ สวดมนต์ ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ที่วัดและแหล่งศาสนสถานและวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นทางภูมิทัศน์วัฒนธรรม อาทิ ทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว  บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา  แต่งไทยใส่บาตร ปูสาด ริมโขงจังหวัดมุกดาหาร นุ่งผ้าไทย ใส่บาตร ริมโขง จังหวัดหนองคาย เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการทำบุญ ฟังเทศน์ และปฏิบัติเจริญจิตภาวนา ยังสนับสนุนให้เป็นชุมชนคุณธรรม 





         และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์รอบวัดและแหล่งวัฒนธรรม ได้จัดชุดภัตตาหารสุขภาพใส่บาตรสำหรับพระสงฆ์ เพื่อบริการให้กับนักท่องเที่ยวโดยขอความร่วมมือของผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก เป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจากทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน