เอ.พี. ฮอนด้า ประกาศนโยบายผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย หนุน “ชิพ-นครินทร์” ล่าความสำเร็จรายการระดับ “โมโตทรี” ต่อเนื่องปีที่ 2 พร้อมวางโร้ดแม็ปปั้นเยาวชนไทยสู่สนามระดับโลกโมโตจีพี เตรียมสร้างสีสันดึง BNK48 เป็นทีมแอมบาสซาเดอร์ร่วมเชียร์ชิดขอบสนาม
“เอ.พี. ฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย แถลงนโยบายมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2018 วางเป้าหมายใหญ่ปั้นเยาวชนไทยในโครงการ “เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี” สู่เส้นทางการเป็นนักบิดระดับโลก จึงประกาศดัน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยไล่ล่าความสำเร็จในศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมหนุน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ลุยต่อในศึก “โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ”
ขณะเดียวกันยังเตรียมส่งทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในศึกทรหด “ซูซูกะ 4 ชั่วโมง” ประเทศญี่ปุ่น พร้อมปรับทัพใหญ่สร้างความท้าทายในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ ทั้งรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. และ เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี.ตั้งเป้าทวงบัลลังก์ให้สำเร็จ พร้อมเตรียมดึงทีม BNK48 เป็นทีมแอมบาสซาเดอร์ร่วมเชียร์ชิดขอบสนามช่วยสร้างสีสันกองเชียร์กีฬามอเตอร์สปอร์ตสุดคึกคัก
มร.โยอิจิ มิซึทานิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “จากปีที่ผ่านมาที่เราได้มีการประกาศแผนงานวิชั่น 2030 ที่จะทำให้กีฬามอเตอร์สปอร์ต เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมจากคนไทยทุกคน พร้อมสร้างให้เป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยมีการจัดการแข่งขันทั้งทางเรียบและทางฝุ่นทั่วทุกภูมิภาค ทำให้กองเชียร์พากันไปเชียร์นักแข่งที่สนามและทีมที่ตัวเองชื่อชอบ ส่งผลให้นักแข่งที่ทำผลงานได้ดีจะได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปแข่งในรายการระดับโลก เช่น โมโตจีพี หรือเวิล์ด ซูเปอร์ไบค์ มีฮีโร่คนใหม่เกิดขึ้นจากประเทศไทย และความนิยมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตก็จะได้รับความนิยมตามไป เราอยากทำให้เหตุการณ์ที่ว่ามานี้ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยภายในปี 2030”
“เพื่อทำฝันนั้นให้เป็นจริง ปีที่ผ่านมาเราได้เริ่มชาเลนต์สองสิ่งด้วยกันนั่นคือ การก่อตั้ง A.P. Honda Factory Team ที่สมาชิกในทีมเป็นคนไทยทั้งทีมตั้งแต่นักแข่ง ช่างและโค้ช โดยทำการแข่งขันในรายการ ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง สร้างผลงานคว้าอันดับที่ 4 มาได้ อีกหนึ่งชาเลนจ์ของเราคือการเฟ้นหาบุคลากรที่จะเป็นอนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย จึงได้ตั้ง เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมีขึ้น เพื่อคัดเลือกเยาวชนจำนวน 15 คนที่มีพรสววรค์จากทั่วประเทศ เด็ก ๆ เหล่านี้คือผู้ที่มีศักยภาพจะก้าวสู่การเป็นนักแข่งโมโตจีพี ในอนาคต” กล่าวเสริม
มร.โยอิจิ เน้นย้ำถึงทิศทางมอเตอร์สปอร์ตของ เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในปี 2018 ต่ออีกว่า “หากเรานับปีที่ผ่านมาเป็นจุดเริ่มต้น ปี 2018 นี้ จะถือเป็นปีแห่งการเร่งสปีด เราจะให้นักแข่งในสังกัดเราทั้งหมด แสดงศักยภาพให้เต็มที่ในรายการแข่งขันระดับโลกทั้ง เอเชียโรดเรซซิ่ง ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง เอเชียทาเลนต์ คัพ ซีอีวี และ โมโตทรี โดยมีเป้าหมายคือต้องขึ้นโพเดียมให้ได้ ส่วนการเฟ้นหานักแข่งที่มีพรสวรรค์เราจะสร้างให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี และไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ เพื่อให้เรามีนักแข่งหลากหลายเพียงพอและขยายขอบเขตของนักแข่งออกไป”
สำหรับ เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ได้วางรากฐานเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกวงการมอเตอร์สปอร์ต อันดับ 1 ของไทยด้วยการวางรากฐานเยาวชนไทยให้มีทักษะการขับขี่เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักแข่งระดับโลกอย่างมืออาชีพ เริ่มตั้งแต่โครงการปั้นเยาวชนในโครงการ “เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี” สู่การแข่งขันรายการ “ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” ต่อยอดไปสู่การแข่งขันระดับชิงแชมป์เอเชียและระดับโลกต่อไป โดยนับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นความยิ่งใหญ่ของทีม “เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ที่พร้อมจะสนับสนุนนักแข่งไทยตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่สุด เพื่อเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตแบบมืออาชีพ